ผลงานค้นคว้า ศึกษา - วิจัยพัฒนา
ที่สังคมโลกยอมรับ
ประเทศไทย
ได้จดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์เทคนิคการทำสารน้ำมันในเนื้อ
ไม้กฤษณาควบคุมในประเทศไทยรายแรก
เลขที่จดสิทธิบัตร 079495
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย
โดย นักวิจัยพัฒนาอิสระคนไทย
ต่างประเทศ
ได้จดสิทธิบัตร สายพันธุ์ สิ่งประดิษฐ์เทคนิค
การทำสารน้ำมันในเนื้อไม้กฤษณา ควบคุมบางประเทศทั่วโลก
รายแรกของโลก
สหรัฐอเมริกา
Serial Number. 22387 U.S.PTO. 10/807665
วิจัย - พัฒนา สร้างมาตรฐานโลก
- ปรับปรุงสายพันธุ์ คัดแยก เทคนิค การเก็บผลผลิต การดูแลหลังเก็บผลผลิต
- วัตถุดิบที่ได้จากการปลูก นำมาสกัด แยกน้ำมัน ผลพลอยได้
- สร้างมาตรฐานโลก แต่ละสายพันธุ์จากการสกัดน้ำมัน แยก กลิ่น สี ความเหนียว ความหอมที่ตลาดต้องการ
- พัฒนาเครื่องสกัดน้ำมันที่มีคุณภาพมาตรฐานเร็วไว ต้นทุนต่ำ คุณภาพดี
- สร้างสรรค์สารคดีสื่อทั่วโลก ไม้กฤษณา ไม้หอม ไม้มหัศจรรย์ เปิดป่า
มหาเศรษฐีของคนไทย T.V. วิทยุ หนังสือมหัศจรรย์ไม้หอมของไทย
- มุ่งสู่อุตสาหกรรมส่งออกผู้ผลิตเครื่องหอม สปาร์ เครื่องสำอางต่างประเทศ
- แนะนำการลงทุนด้านวิชาการ คำปรึกษา สัมมนาไม้กฤษณา ไม้หอมทั่วโลก
ให้การสนับสนุนโดย
สถาบันวิจัย ค้นคว้า พัฒนา ด๊อกเตอร์หอม สหรัฐอเมริกา
รับสมัครผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจไม้กฤษณากับบริษัท โครงการ SME. = โอท๊อป
- ปลูกไม้กฤษณา (ไม้หอม) กำหนดสายพันธุ์ จังหวัดตัวแทน 1 แห่งเท่านั้น
- สกัดน้ำมันหอมระเหย ไม้หอม และผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทกำหนดให้
- ส่งขายให้ทางบริษัท 50-70% แต่ผู้เดียว โดยบริษัทส่งออกต่างประเทศ
- บริษัทฯ มีเทคโนโลยีการผลิต พัฒนาสินค้า แนะนำหาแหล่งเงินทุน
ค้ำประกันโครงการให้ลูกค้าบางรายในการทำธุรกิจไม้กฤษณา (ไม้หอม)
- บริษัทฯ มีเครื่องกลั่นระบบน๊อกดาวน์ และสินค้าการผลิตล่วงหน้าถึงการซื้อคืนให้กับสมาชิกและตัวแทน
ข้อมูลที่สมาชิกจะได้รับจากบริษัท หลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกปีต่อปี
- วิเคราะห์ การลงทุน ก่อนการปลูก จุดคุ้มทุน ความเป็นไปได้หรือไม่
- วิเคราะห์ดิน น้ำ อากาศ สภาพแวดล้อม บริเวณใกล้เคียง และดินผู้ลงทุนปลูก
- วิเคราะห์สถานะ สภาพการดูแล และประสบการณ์ผู้ที่จะปลูก
- วิเคราะห์ระหว่างรอผลผลิต ปลูกปีที่ 4 15 ปี และพืช แซม ที่ทางบริษัทจัดให้เสริม
- วิเคราะห์พันธุ์กรรม พันธุ์ไม้กฤษณา (ไม้หอม) พืช ก่อนที่จะปลูก และสอดคล้องกับการตลาดในประเทศและต่างประเทศ
- ได้ศึกษาจากงานค้นคว้า วิจัย พัฒนาการผลิต อบรมการสัมมนา จากศูนย์วิจัยของบริษัทโดยตรง
- ดูงานจากการส่งเสริมการปลูกป่าในประเทศไทยและต่างประเทศด้านไม้เศรษฐกิจ เพื่อการส่งออกและโรงงานสกัดน้ำมันในกลุ่มลูกค้าบริษัทและผู้ร่วมทุนกับบริษัท
- การประกันราคา ซื้อคืนให้สมาชิกระหว่างบริษัท สมาชิกผู้ปลูกไม้ที่บริษัทให้การส่งเสริม
- ข่าวสาร ไม้กฤษณา ในประเทศ และต่างประเทศ ตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป สหรัฐอเมริกา
- ร่วมสร้างงาน สร้างเงิน สร้างชาติ และเป็นผู้นำไม้กฤษณาของประเทศไทยที่สาบสูญหายไป
- ได้รับข้อมูลจากบริษัทที่มีการพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมความรู้ให้กับสมาชิก
- ได้รับส่วนลด 5% - 30% สำหรับสมาชิกในการสั่งซื้อ
- พันธุ์ไม้หอม หนังสือคู่มือ CD-ROM - วัสดุ ปุ๋ย รวมทั้งการจัดกิจกรรมศึกษาไม้หอม ดูงานในประเทศและต่างประเทศ เป็นหมู่คณะที่บริษัทจัด
- ให้คำแนะนำ หลังส่งเสริมการปลูก ดูแล และให้คำปรึกษาตลอด
- รับซื้อไม้กฤษณา (ไม้หอม) จากสมาชิกที่ปลูกแล้วในปีที่ 4 20 ปี
- สมาชิกจะได้ทำสารหลังปลูกปีที่ 4 ถึงปีที่ 20 มีอัตราส่วนแบ่งบริษัทได้ 50% (เจ้าของสวน) ได้ 50% ตามข้อตกลง
- สมาชิกสามารถเข้าร่วมกิจกรรม และต้องมีบัตรเลขสมาชิกที่สามารถตรวจสอบได้ เท่านั้น
แบบฟอร์มแสดงความจำนงขอเป็นสมาชิก
กรุณา Download ใบสมัครโดยคลิกที่นี่ (MS Word)
หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีการติดตั้ง MS Word คุณสามารถดาวน์โหลด PDF format คลิกที่นี่
(ดาวน์โหลด Adobe Acrobat Reader ฟรีได้จาก )
โปรดปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- หลังจากดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้ว กรุณาพิมพ์แบบฟอร์ม
- กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ
- ตรวจสอบข้อมูลที่กรอกอีกครั้ง
- แฟ็กซ์มาที่ 02-964-2684
- รอรับการติดต่อกลับจากเรา
ขอบคุณครับ กฤษณา (ไม้หอม)
ผลจากการค้นคว้า 20 ปี ศึกษา ลงทุน ทดลองปลูกจริงผลแตกต่างดังนี้
การเจริญเติบโตขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์จะเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกสายพันธุ์
1. ระยะการเริ่มปลูกปีที่ 1-4 เจริญเติบโตได้ไม่เท่ากัน เกิดผลเสีย ดังนี้
2. โคนต้น ล้มตายหลังการปลูก 1-20 ปี น้ำขัง ลมพัด แคะแกน ไฟไหม้ ขาดธาตุอาหาร ขาดน้ำ ใบเหลือง ตาย ร่วง รากลอย
3. กิ่งก้าน หักแตก งอไม่ถูกลักษณะ การที่จะทำให้กฤษณามีลักษณะถูกต้องมีการสร้างสารน้ำมันนั้น ต้นต้องโตไม่เอียงไปเอียงมา ให้มีแนวตรงจากโคนต้น 2.50-3 เมตร ในการซื้อขายยกแปลงและทำสารจะทำยากในการตีราคาและเสียหายไม่คุ้มทุน การเจริญเติบโตจะได้ขนาดไม่สม่ำเสมอเกิดความเสียหายไม่ประสบความสำเร็จ
การปลูกป่าไม้หอมต้องศึกษาจริง และเจ้าของต้องรู้จริงพอสมควร รักป่า รักธรรมชาติ การเจริญเติบโตจากสายพันธุ์กฤษณา (ไม้หอม) ในแต่ละพื้นที่ โซน, ภาค, อากาศ จะไม่เหมือนกันทุก ๆ สภาพ อากาศ ดิน ธาตุต่าง ๆ ถ้าเกษตรกรผู้ที่สนใจจะปลูกไม่ได้ศึกษาและรอบรู้จริง ไม่สมควรปลูกเป็นอุตสาหกรรมมาก ๆ ถ้าไม่พร้อมให้ทดลองปลูก 1-3 ไร่ ถ้าขาดแคลนการสนับสนุน การให้ข้อมูลจากผู้รู้จริง
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจถึงการลงทุนปลูกพืชไม้ยืนต้น ไม่ว่าจะปลูกเชิงการค้า ปลูกเชิงดูเล่น ไม้หอม ลักษณะคล้าย ๆ กับไม้สัก ยูคา สน ยางนา ต้นยาง ยมหอม ชนิดอื่นเกือบทุกกรณี กรณีที่ท่านปลูกเชิงการค้า ท่านต้องศึกษาถึงตลาดที่จะรองรับให้แน่นอน มีหลักประกันความเสี่ยงให้ท่านหรือไม่ ให้ผลผลิตที่แน่นอนแค่ไหนในอนาคต ถ้ากฤษณาที่ท่านปลูกมีสารน้ำมันก็จะเป็นไม้ที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ถ้าไม่มีสารน้ำมันก็จะไม่มีมูลค่าอะไรเลย ไม่แตกต่างอะไรกับไม้ที่ท่านเลี้ยงไว้ดูเล่น
ปัจจุบันกฤษณา (ไม้หอม) ได้มีการรับซื้อไม้ที่โตและปลูกในสายพันธุ์
รุ่นแรกปี 30 ถึง 38 ได้สารแล้วในประเทศไทย เป็นบริษัทแรกจากการทำให้เกิดสารโดยใช้เทคนิค
รุ่น 2 ปี 38 ถึง ปี 46 และมีการเก็บผลผลิตทุกภาคและทุกปีในประเทศไทย
หมายเหตุ คำเตือน
ปัจจุบันมีผู้ฉวยโอกาสพ่อค้านำเมล็ดจากที่อื่นมาคลุกรวมและเพาะขายกล้า นำมาขายในราคาถูก ไม่มีที่มาของสายพันธุ์ ปลูกเสียเวลา 4-5 ปี พอถึงเวลาสกัดน้ำมันไม่ออก ทำให้เสียเวลาในการปลูก และผลผลิตไม่ได้ตามที่ต้องการภายใน 5 ปี ล้มตาย-รากลอย
กล้ากฤษณา สายพันธุ์ พันธุ์ระพี ไม่มีวางขายตามทั่วไป ต้องเป็นสมาชิกผู้ปลูกเท่านั้น จึงจะได้กล้าไม้กฤษณาพันธุ์ พันธุ์ระพี และจะมีเอกสารรับรองจากทางบริษัทเท่านั้น
การตลาดของกฤษณา (ไม้หอม) ในประเทศและต่างประเทศกว้างใหญ่มากในความต้องการ
การบริโภคกฤษณามีในรูปแบบซื้อเป็นเนื้อไม้กฤษณาที่มีสารลง ยิ่งดำยิ่งมีน้ำมัน ยิ่งเป็นชิ้นเดียวใหญ่ก็ยิ่งแพง ชิ้นใหญ่ ๆ แพง ๆ นั้น เศรษฐีจะซื้อไปใช้ประดับในวังของชี้คต่าง ๆ ในประเทศเจ้าของบ่อน้ำมัน แต่ไม้กฤษณาชิ้นเล็กจะใช้ซอยละเอียดและเผาให้มีกลิ่นหอมในวังเวลารับแขกสำคัญ ส่วนชิ้นไม้ที่มีน้ำมันกฤษณาน้อยจะขายเข้าโรงกลั่น หรือสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยออกมา ราคาซื้อขายลิตรละหลายแสนบาทจนเกินล้านบาท
น้ำมันหอมระเหยจากกฤษณาจะถูกขายต่อไปถึงผู้ทำน้ำหอม จะใช้เพียงเล็กน้อยก็ปรุงแต่งน้ำหอมธรรมดาให้ดีขึ้น ชี้คที่มีเงินมากจะจดทะเบียนกับผู้ทำน้ำหอมให้ปรุงน้ำหอมเฉพาะสูตรของตน ไม่ขายให้คนอื่น ชี้คในอาหรับต่าง ๆ มีนับหมื่น จึงเป็นตลาดใหญ่ นอกจากนี้กฤษณายังใช้ปรุงแต่งน้ำหอมต่าง ๆ ขายกันทั่วโลก ถ้าผู้หญิงพร้อมใจกันเลิกใช้น้ำหอม จึงจะทำให้กฤษณาขายได้น้อยลง
ในทะเลทรายนั้นมีไรศัตรูมนุษย์ อาศัยเกาะตามขนละเอียดผิวตัวคนอาหรับเป็นตัวนำเชื้อโรคพวกมัยโคพลาสมาได้ ไรเหล่านี้ไม่แพ้น้ำมันหอมระเหยอื่น ๆ แต่แพ้สารจากกลิ่นน้ำหอมกฤษณา ดังนั้นตลาดนี้จึงมั่นคงไปยาวนาน ถ้าเมื่อใดคนเลิกใช้น้ำมัน ถ้าอาหรับขายน้ำมันไม่ได้ เมื่อนั้นก็จะมีคนซื้อกฤษณาได้น้อยลง
ประเทศที่วิจัยพบกลไกการเกิดสาร ลงสาร กฤษณาในเนื้อไม้มีอยู่ 2 ประเทศ คือ ไทยและอินเดีย แต่อินเดียเหลือพื้นที่ซึ่งจะนำปลูกต้นกฤษณาได้น้อยลง อินโดนีเซียเมื่อเผาป่าปลูกปาล์มก็ทำลายกฤษณาธรรมชาติไปมาก ในไทยพบกฤษณา 3 พันธุ์ และมีนักวิจัยได้ปรับปรุงพันธุกรรมเพิ่มอีก 1 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ระพี จากการเพาะเนื้อเยื่อ ภาคเหนือและภาคอีสานเป็นพันธุ์เขาใหญ่ (รวมถึงในลาว) และภาคตะวันออกมีพันธุ์คละกันไป (รวมถึงกัมพูชา) ต้นพันธุ์จะได้จากเมล็ดที่แก่เดือนมิถุนายน ปัญหาคือต้องปลูกนานถึง 4 ปีขึ้นไป จากการได้ศึกษาวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ได้สำรวจแล้วทั้งในประเทศ ต่างประเทศ เกษตรกร ประชาชนผู้ปลูกกฤษณาแบบผิดถึง 95% หลังจากได้มีการอบรมสัมมนากว่า 130 ครั้ง เกษตรกร ประชาชนเริ่มเข้าใจและเปลี่ยนแปลงปลูกถูกวิธี จึงจะเริ่มได้ผลผลิต และการทำให้เกิดผลผลิตก็มีหลากหลายในกรรมวิธีไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลักวิทยาศาสตร์สากลและเทคโนโลยีหรือภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม แต่ผลผลิตที่ได้นั้นจะมีคุณภาพที่แตกต่างกัน จากการวิจัยสามารถที่จะพิสูจน์มาตรฐานของผลผลิตได้ ถ้าผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐานก็จะขายได้ระยะยาว ราคาดี ถ้าผลผลิตไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ตลาดก็ไม่รับสินค้า การขายก็ลดลงทันที
เอควิลาเรียไม้กฤษณาไม้มหัศจรรย์ของโลก
สมุนไพรไม้มหาเศรษฐีแพงที่สุดในโลก
เอควิลาเรีย หรือไม้กฤษณา เป็นหนึ่งในพันธุ์พืชที่เป็นที่สนใจ ได้รับการสั่งจองจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก
เอควิลาเรีย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายกันในธุรกิจผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้นระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศที่มีปัญหาเรื่องนี้และมีความพยายามที่จะส่งเสริมการค้าด้านพันธุศาสตร์ของเอควิลาเรีย อย่างไรก็ตามยังมีความหลากหลายทางพันธุศาสตร์ของ
เอควิลาเรียทั่วโลก ซึ่งหลาย ๆ ประเทศยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการทำน้ำมันไม้ที่มีค่าเหล่านี้ได้เลย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก
โดย นายพีระพันธุ์ วิจิตรพันธุ์ ได้ค้นคว้าในทรัพยากรอันมีค่าทางพันธุศาสตร์นี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้มากกว่า 20 ปี ทรัพยากรอันมีค่าเหล่านี้ประกอบไปด้วย วิธีการกระตุ้นให้เกิดน้ำมันจากไม้เอควิลาเรียหรือกฤษณา นำมาผลิตแปรรูปส่งออกตลาดต่างประเทศ
การค้นพบทางด้านพันธุศาสตร์ใหม่นี้ ชื่อว่า เอควิลาเรีย พันธุ์ระพีไทย ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกเอาน้ำมันเหล่านี้ เราสามารถที่จะทำบาดแผลให้เกิดน้ำมันกฤษณา ตั้งแต่ต้นยังมีอายุน้อยอยู่ ลำต้นนี้จะตรงแข็งแรง และเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน เอควิลาเรีย พันธุ์ระพีไทย คิดค้นจากการรวมตัวกัน จากพันธุ์เอควิลาเรียคลาสน่า และเอควิลาเรียสับอินทิกร้า ซึ่งเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงและมีความจุของเนื้อน้ำมันมาก การค้นพบครั้งนี้จะเป็นผลกำไรอย่างมหาศาลสำหรับทุกคนที่สนใจในเอควิลาเรีย และส่วนประกอบของผลผลิตที่จะได้รับระยะยาว ซึ่งผลจากการค้นพบนี้คือวิธีการกระตุ้นให้เกิดน้ำมันจากการเจาะลงไปในเนื้อไม้ โดยปกติน้ำมันจะเกิดจากการทำให้เกิดแผลโดยแมลงบนพื้นผิวของพันธุ์ไม้หอมที่มีอายุมากแล้วในป่าลึก แต่จากการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เราสามารถที่จะใช้เทคนิควิทยาศาสตร์ทำให้เกิดน้ำมัน จากเอควิลาเรีย พันธุ์ระพีไทย ตั้งแต่ต้นไม้อายุยังน้อย และการค้นพบการทำให้กฤษณาทั้งสองแบบอย่างนี้ ได้รับการจดสิทธิบัตรพันธุ์ระพีไทย เทคนิคการกระตุ้นสารในประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว
โดยเริ่มศึกษาค้นคว้าในโรงงานการผลิตเขมร ปี 2526 2529 รวม 3 ปี เข้า ๆ ออก ๆ ปี 2530 2533 ดูศึกษาค้นคว้าวิจัยภายใน วัตถุดิบไม้ป่าแปรรูปขบวนการผลิตตลาดต่างประเทศ ตะวันออกกลางพบผู้ใช้ระหว่างการศึกษา การผลิตทดลองสกัดพืชน้ำมันจาก 3 4 สายพันธุ์ ส่งตัวอย่างให้ลูกค้าทดลองใช้ 10 กว่าประเทศ ได้แก่ ดูไบ โอมาน อิหร่าน ซาอุฯ อินเดีย อียิปต์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส วิจัยผู้บริโภคจึงทราบผลความต้องการของตลาด นำการผลิตปี 2534 2536 ทำการปลูกไม้หอมการเพาะแต่ละสายพันธุ์ 3 สายพันธุ์ เริ่มปลูกแปลงทดลองที่ตราด จันทบุรี ระยอง ปี 2530 2538 เริ่มนำพันธุ์แต่ละสายพันธุ์นำมาปลูกทั่วภาค
ภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย จ.แพร่ จ.น่าน จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก (รวมการปลูกทั้งหมด 168 ไร่)
ภาคกลาง ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี จ.กาญจนบุรี จ.ลพบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.นครนายก
จ.นครสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด (รวมการปลูกทั้งหมด 160 ไร่)
ภาคอีสาน ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น จ.ชัยภูมิ จ.มุกดาหาร จ.สุรินทร์
จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.หนองคาย จ.บุรีรัมย์ จ.มหาสารคาม จ.ศรีษะเกษ (รวมการปลูกทั้งหมด 160 ไร่)
ภาคใต้ ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา จ.ตรัง จ.ยะลา
จ.สตูล จ.ปัตตานี จ.ภูเก็ต (รวมการปลูกทั้งหมด 221 ไร่)
การผลิตต้นกล้าให้ได้คุณภาพที่ดี
การผลิตโดยเนื้อเยื่อใช้เทคนิคและประสบการณ์ผู้ค้นคิดปรับปรุงพันธุศาสตร์เอง ชื่อสายพันธุ์ พันธุ์ระพี ได้จดสิทธิบัตรควบคุมสายพันธุ์และเทคนิคการสร้างบาดแผลกระตุ้นน้ำมัน ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว เป็นรายแรกของโลกโดยฝีมือนักวิจัยไทย
การแปรรูป มีโรงงานผลิตอยู่ในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก
ต่างประเทศ ได้แก่ ลาว เขมร มาเลเซีย
ผู้ริเริ่มสร้างสเป็คน้ำมันหอมระเหยจากพืชไม้กฤษณา (ไม้หอม) เพื่อให้ได้มาตรฐานในประเทศไทยและมาตรฐานโลก
ตัวเลขการปลูกในประเทศและต่างประเทศมีผลเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยประมาณ 20 30% ตัวเลขจากการปลูกจะคลาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อย
การวิจัยผู้ค้นคิด รักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ในแผ่นดินให้ลูกหลานพัฒนาแปรรูปส่งออก นำเงินตราเข้าประเทศคนจน ๆ มีโอกาสลืมตาอ้าปากปลดหนี้ได้ ผลงานวิจัยทั้งหมดสามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้
เริ่มค้นคว้า วิจัย พัฒนา ต้นปี 2526 2533
เริ่มปลูกแปลงทดลอง เพาะกล้า ปักชำ ต้นปี 2534 - 2538
ผลงานการบรรยายพิเศษอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
- ปลูกไม้หอม ครั้งแรก วันที่ 20 มกราคม 2534 ที่แปลงทดลอง เพาะชำเมล็ด หาดเล็กชายแดน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ป่าเสาร์ธง เกาะกง - เขมร
- ปลูกไม้หอมแปลงทดลองจริง 12 พฤษภาคม 2534 ที่เขาสอยดาว เขากระทิง
เขาฎิชกุฎ บริเวณบ้านนนทรี เทือกเขาบรรทัด
- ปลูกไม้หอม 30 ไร่ 1 แปลง 20 ไร่ 1 แปลง วันที่ 6 มิถุนายน 2534
จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง
- วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2535 คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่
รองอธิการบดีได้เชิญบรรยายพิเศษ เรื่อง สมุนไพร ไม้กฤษณา (ไม้หอม)
- วันที่ 20 เมษายน 2535 คณะอาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ได้เชิญบรรยายพิเศษเรื่องสมุนไพร ไม้กฤษณา (ไม้หอม)
- วันที่ 2 พฤษภาคม 2535 นักธุรกิจป่าไม้ อำเภอป่าไม้จังหวัด เชิญบรรยายเรื่อง กฤษณาไม้หอม ณ โรงแรมนครพิงค์ ต.หนองหอย จ.เชียงใหม่
- วันที่ 20 กรกฎาคม 2535 นักธุรกิจป่าไม้ได้เชิญบรรยายพิเศษ เรื่อง กฤษณา
ไม้หอม ณ โรงแรมพรพิงค์ จ.เชียงใหม่
- วันที่ 27 สิงหาคม 2535 คณะนักธุรกิจป่าไม้ได้เชิญบรรยายพิเศษ เรื่อง กฤษณา
ไม้หอม ณ โรงแรมลิตเติ้ลดั๊ก เชียงราย มีชาวเขา พม่า และลาว เข้าร่วมฟังการบรรยาย
- วันที่ 20 กันยายน 2535 คณะนักธุรกิจ ปลูกป่า คณะอาจารย์เชิญบรรยายเรื่อง
ไม้หอม ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลำปาง
- วันที่ 20 ธันวาคม 2535 คณะธุรกิจทำป่าไม้และชาวอิสลามได้เชิญบรรยายเรื่อง สมุนไพร ณ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ จังหวัดกรุงเทพฯ
- ต้นปี 2536 วันที่ 18 มกราคม 2536 นักธุรกิจลาวได้เชิญบรรยายเรื่อง กฤษณา
ไม้หอม ณ โรงแรมล้านช้าง ประเทศลาว
- วันที่ 20 มีนาคม 2536 คณะหอการค้า จังหวัดอุดร ได้เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม
- วันที่ 10 เมษายน 2536 คณะหอการค้า จังหวัดนครราชสีมา ได้เชิญบรรยายเรื่อง
ไม้หอม
- วันที่ 11 มิถุนายน 2536 คณะนักธุรกิจสวนผลไม้ ป่าไม้ภาคใต้ ได้เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม ณ โรงแรมชุมพร
- วันที่ 29 กรกฎาคม 2536 คณะนักธุรกิจทำยางเหมืองแร่ได้เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม
ณ โรงแรมภูเก็ต
- วันที่ 26 สิงหาคม 2536 คณะนักธุรกิจสมุนไพร เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม
ณ โรงแรมหาดใหญ่
- วันที่ 21 กันยายน 2536 คณะหอการค้า เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม ณ โรงแรมพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
- วันที่ 13 พฤศจิกายน 2536 คณะสโมสร มังสะวิรัช ได้เชิญบรรยายเรื่องไม้หอม
ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค สุขุมวิท กรุงเทพฯ
- ผู้ให้ข้อมูล หนังสือพิมพ์ เผยแพร่ สนับสนุนในการส่งเสริมปลูกป่าไม้หายากหลายฉบับ
- ยื่นเรื่องหน่วยงานรัฐ กรมวิชาการเกษตร กรมป่าไม้ สนับสนุนเงินกู้ปลูกไม้หอม
ไม้สัก ฯลฯ ไร่ละ 3,000 บาท ซึ่งเป็นเงินกินเปล่า
หมายเหตุ
ต้นปี 2537 ได้เป็นผู้ริเริ่มผลักดันก่อตั้งชมรมไม้กฤษณา (ไม้หอม) ทุกภาคในประเทศครั้งแรก ในปัจจุบันมีสมาชิก 2,000 3,000 ราย ทั้งข้อมูลการเติบโตและแหล่งวัตถุดิบ
ต้นปี 2538 ชะลอโครงการไม้กฤษณา (เพื่อศึกษา ค้นคว้าวิจัยงานต่างประเทศ ในการส่งเสริมการปลูกไม้หอมในต่างประเทศ เช่น ประเทศลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย)
ได้ศึกษาวิจัยข้อมูลเรื่อง กฎหมายสิทธิบัตร พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และกฎหมายสิทธิบัตรในประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต อังกฤษ และญี่ปุ่น
|